Menu

ต้นสายปลายเหตุที่เขยื้อนราคาหุ้น

ราคาหุ้นในตลาดค้าหุ้นไทยโดยเฉพาะที่เป็นหุ้นขนาดเล็กถึงกลางนั้นถูกใจมีการเขยื้อนในทุกเมื่อเชื่อวันตามมูลเหตุหรือเรื่องราวหรือข่าวอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้น


ถ้าเกิดคนใดกันแน่รู้ข้อมูลพวกนั้นก่อนหรือประเมินได้ว่ามันจะกระทบกับราคาหุ้นได้มากน้อยแค่ไหน เขาก็บางทีก็อาจจะสามารถเทรดหรือจัดจำหน่ายหุ้นทำเงินได้ อย่างน้อยก็ในระยะเวลาสั้นๆแม้กระนั้นนี่ก็ขอบอกเสียก่อนว่าไม่ใช่ขั้นตอนการหรือหนทางลงทุนของผมเองซึ่งย้ำการลงทุนระยะยาวแบบ VI ซึ่งย้ำปัจจัยบางสิ่งที่เกิดเรื่องระยะยาวซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมจะกล่าว
ภาพใหญ่ที่ถูกใจสามารถขับราคาหุ้นได้เกือบครั้งใดก็ตามเกิดขึ้นคงมาจากเรื่องของอัตราค่าดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารกลางโดยเฉพาะสหรัฐแล้วก็ของไทยเอง ยิ่งถ้ามีการแปลงผิดจากที่ผู้คนคาด ผลพวงก็ถูกใจแรงพอเหมาะ นอกจากอัตราค่าดอกเบี้ยแล้ว อัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การต่อสู้ธุรกิจ สถานการณ์ไม่สู้ดีทางด้านการเมืองโดยเฉพาะของไทย รวมถึงที่สำคัญวิกฤติทางการเงินของประเทศ สิ่งต่างๆกลุ่มนี้ถูกใจสามารถเขยื้อนราคาหุ้นได้ บางโอกาสอย่างเอาจริงเอาจังในระยะสั้น การคาดหมายหรือการที่จะ รู้ก่อน ก็ทำเป็นยากสำหรับคนธรรมดาทั่วไป ถึงแม้ว่าหากทราบดีแล้วก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่างเช่น ทราบว่ากำลังจะมีการเก็บภาษีกำไรจากการค้าหุ้นหรือมีมาตรการอะไรบางอย่างยกตัวอย่างเช่น ควบคุมเงินลงทุนจากต่างประเทศ อย่างนี้ สิ่งที่จำเป็นต้องทำก็คือ ขายหุ้นทิ้ง เพราะราคาหุ้นทั้งยังตลาดอาจจะตกลงมาแบบ แพนิก ได้
กลุ่มลำดับที่สองก็คือผู้เล่นในตลาด นี่ก็ถูกใจเป็นเหตุที่ขับราคาหวยหุ้นได้ไม่น้อยโดยเฉพาะในหุ้นขนาดเล็กหรือ Free Float ต่ำ ได้แก่ หากมีผู้เล่นรายใหญ่ดังเช่นกองทุนกำลังเข้าซื้อหุ้นขนาดเล็กหรือตรงกลาง-เล็กบางตัว นี่ก็มักทำให้หุ้นตัวนั้นวิ่งขึ้นไป บางคราวรุนแรงได้ เช่นเดียวกับที่ นักลงทุนรายใหญ่ เข้าไปเก็บหุ้นขนาดเล็กจนถึงแปลงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมถึงมีรายงานออกมาว่ามีหุ้นส่วนเกิน 5 หรือ 10% หรือปรากฏชื่อว่ามีหุ้นส่วนเกิน 0.5% เวลาปิดสมุดทะเบียน อย่างงี้บ่อยครั้งก็อาจจะก่อให้หุ้นปรับนิสัยขึ้นได้
ผู้ครอบครองหุ้นก็ถูกใจมีบทบาทที่สามารถเขยื้อนราคาหุ้นได้ไม่น้อย บางครั้งเพียงออกมาให้ข่าวดีๆว่าผลประกอบการจะเด่นหรือมีแผนในการขยายตัวอย่างแรงออกไปสู่ประเทศนอก หรือออกมาพูดว่าบริษัทกำลัง รู้สึกตัว จากสถานการณ์ต่ำรุนแรง อย่างนี้ก็สามารถขับหุ้นไปได้แรงถึงแม้ว่าทั้งหมดทุกอย่างที่กล่าวนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น
สาเหตุกลุ่มลำดับที่สามก็คือตัวบริษัทหรือการค้าซึ่งเยอะมากเป็นเรื่องของ พื้นฐาน บางเวลาก็เป็นแค่เพียง เรื่อง หากแม้ถ้าหากบริษัทประกาศผลประกอบการที่มีกำไรดีขึ้นหรือดีขึ้นจำนวนมาก โดยมากแล้วราคาหุ้นก็ถูกใจปรับพฤติกรรมขึ้น บางทีอย่างแรง แม้กระนั้นถ้าประกาศกำไรลดลง อย่างงี้หุ้นก็ถูกใจตกลงมา โดยที่คนไม่สนใจว่ากำไรที่เพิ่มหรือลดนั้นมาจากอะไร เป็นเรื่องของเหตุที่อวยหรือมีสาเหตุมาจากความรู้ความเข้าใจสำหรับในการได้กำไร เนื่องจากทั้งสองอย่างงี้แตกต่างมากมายก่ายกองในด้านของฐานราก
ข้อมูลของบริษัทบางสิ่งบางอย่างเป็นต้นว่า ผู้ครอบครองหรือผู้ถือหุ้นใหญ่กำลังจะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลซึ่งคนถูกใจเชื่อกันว่าจะมีผลให้บริษัทได้ประโยชน์ ได้งานหรือสามารถค้าขายได้มากขึ้น แบบนี้ก็สามารถทำให้หุ้นวิ่งขึ้นไปได้ด้วยเหมือนกัน
สุดท้ายก็คือตัวหุ้นเอง นี่ก็คือเรื่องของจิตวิทยาที่ส่งผลเสียสูงต่อราคาหุ้น ถ้าเกิดราคาหุ้นตัวหนึ่งวิ่งขึ้นไปแรงเป็นระยะ โดยเฉพาะมาพร้อมกับปริมาณการขายหุ้นที่สูง แนวโน้มระยะสั้นๆก็คือ ราคาก็ถูกใจวิ่งขึ้นไปได้อีก นี่จริงๆแล้วก็ออกแนวการเล่นหุ้นแบบ “แนวทาง” ที่บางคนกล่าวว่าไม่ต้องระลึกถึงเหตุผล บางครั้งบางคราวเหตุผลบางทีก็อาจจะมาครั้งหลัง บางครั้งหุ้นทั้งยังตลาดโดยเฉลี่ยหรือดัชนีหุ้นเองนั้นก็ถูกใจตกลงมาแรงตามดัชนีหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกา โดยเหตุนี้ คนเล่นหุ้นระยะสั้นก็ถูกใจควรต้อง ดูดาว ยามค่ำคืนเพื่อรู้ว่าวันพรุ่งหุ้นจะขึ้นหรือตก

ป้ายกำกับ:, ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *